วิธีวิเคราะห์ราคาทองคำของเรา
Gold AI Team วิเคราะห์ราคาทองคำ XAU/USD (ราคา Spot ดอลลาร์ต่อออนซ์) ซึ่งเป็นราคาเดียวกับสินค้า GOLD/XAUUSD ในโบรกเกอร์ MT4/MT5 ระบบวิเคราะห์ใหม่ทุกชั่วโมงหลังแท่งกราฟ 1 ชั่วโมงปิด และเฉพาะช่วงที่ตลาดทองคำเปิด หน้านี้อธิบายว่าตัวเลขแต่ละตัวบนเว็บมาจากไหน คำนวณอย่างไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
1. ข้อมูลราคา
- ใช้แท่งเทียน 15 นาที (M15) และ 1 ชั่วโมง (H1) ของ XAU/USD จาก Twelve Data และวิเคราะห์เฉพาะแท่งที่ปิดแล้ว ผลจึงไม่แกว่งระหว่างชั่วโมง
- แท่งรายวันตัดรอบที่ 17:00 น. เวลานิวยอร์ก แบบเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ MT4/MT5 ค่า Pivot และ High/Low รายวันจึงตรงกับกราฟโบรกเกอร์ส่วนใหญ่
- ราคาบนเว็บอาจต่างจากโบรกเกอร์ของคุณเล็กน้อย เพราะแต่ละโบรกเกอร์มี spread และแหล่งราคา (feed) ของตัวเอง
2. ทีมผู้เชี่ยวชาญ 7 ด้าน
ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านให้คะแนนจาก −3 (ขาลง) ถึง +3 (ขาขึ้น) ด้วยกฎที่กำหนดไว้ชัดเจน แล้วนำคะแนนทั้งหมดมารวมเป็นมุมมองของทีม
- ภาพใหญ่ (Daily): ราคาเทียบเส้น EMA 20/50, MACD histogram และ RSI
- H1: ตำแหน่งราคาเทียบ EMA 20/50/200, ความแรงของเทรนด์จาก ADX, ฝั่งที่คุมตลาดจาก +DI/−DI, RSI และ MACD
- M15: ตรวจว่ามีเทรนด์หรือไม่ (ADX), ดูภาวะซื้อมากหรือขายมาก (Stochastic) และราคาเทียบ EMA
- แนวรับ-แนวต้าน: รวมระดับราคาจาก Pivot, Fibonacci ของ swing 20 วัน, EMA และ High/Low ของวันก่อน ระดับที่อยู่ใกล้กันจะรวมเป็นโซนเดียวและถ่วงน้ำหนักตามจำนวนเครื่องมือที่ชี้ตรงกัน
- Price Action: ราคา Spot ไม่มี volume จริง จึงวัดแรงซื้อขายจากขนาดเนื้อเทียนของแท่งขึ้นเทียบแท่งลง ตำแหน่งราคาปิด และความกว้างของช่วงราคา
- Supply/Demand: หาโซนที่ราคาเคยพักตัวสั้นๆ ก่อนพุ่งออกแรงอย่างน้อย 1.5 เท่าของ ATR จากกราฟ H1 และรายวัน (รูปแบบ RBD, DBD, DBR, RBR) ให้คะแนนความแรงจากความเร็วที่ราคาพุ่งออก ความยาวของฐาน และจำนวนครั้งที่ราคากลับมาแตะ โซนจะถูกยกเลิกเมื่อมีแท่งปิดทะลุ ราคาที่อยู่ในหรือใกล้โซน Demand ถือเป็นสัญญาณบวก ส่วนโซน Supply ถือเป็นสัญญาณลบ
- ข่าว: ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพาดหัวข่าวที่เกี่ยวกับทอง โดยให้ AI ประเมินว่าแต่ละข่าวหนุนหรือกดดันราคาทอง ข่าวยิ่งเก่าน้ำหนักยิ่งลดลง
3. กรอบราคาและสถานการณ์ 1 วันข้างหน้า
กรอบราคาคำนวณจากค่าความผันผวนเฉลี่ยรายวัน (ATR 14 วัน) แล้วเอียงตามมุมมองของทีม ถ้ามีข่าวสหรัฐฯ ระดับแรงภายใน 24 ชั่วโมง กรอบจะกว้างขึ้น 30% ส่วนความน่าจะเป็นของแต่ละสถานการณ์ (ขึ้นต่อ / ไซด์เวย์ / ย่อลง) มาจากกฎเชิงดุลพินิจ ไม่ใช่แบบจำลองทางสถิติ
4. แผนจุดเข้า-ออก
- ทิศทางของแผนมาจากผู้เชี่ยวชาญของ timeframe นั้น ขาขึ้นจะเน้นแผนซื้อ ขาลงเน้นแผนขาย ไซด์เวย์จะเล่นที่ขอบกรอบ
- จุดเข้าอยู่ที่แนวรับหรือแนวต้านที่ใกล้ที่สุด Stop-loss อยู่หลังแนวถัดไป โดยจำกัดระยะไว้ที่ 0.8–2.5 เท่าของ ATR ส่วนเป้าหมายกำไรอยู่ที่แนวถัดไปในทิศทางของแผน
- แผนจากโซน Supply/Demand (H1): ตั้ง Buy limit ที่ขอบบนของโซน Demand หรือ Sell limit ที่ขอบล่างของโซน Supply วาง Stop-loss เลยขอบอีกด้านของโซน และตั้งเป้าที่โซนฝั่งตรงข้าม ถ้ามีโซนฝั่งตรงข้ามขวางระหว่างจุดเข้ากับเป้าหมาย แผนจะมีคำเตือน
- แผนที่มีอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R:R) ต่ำกว่า 1:1 จะติดป้าย "ไม่คุ้มความเสี่ยง" และแผนที่สวนเทรนด์รายวันจะมีคำเตือน
- ช่วงงดเข้า order: ตั้งแต่ 60 นาทีก่อนข่าวสหรัฐฯ ระดับแรง (เช่น CPI, NFP, FOMC) ไปจนถึง 30 นาทีหลังข่าวออก
- ระบบไม่คำนวณขนาดสัญญา (lot) เพราะไม่รู้ขนาดพอร์ตและความเสี่ยงที่คุณรับได้
5. การใช้ AI
ตัวเลขทุกตัวบนเว็บ ทั้งราคา อินดิเคเตอร์ แนวรับแนวต้าน และแผนเทรด คำนวณด้วยโค้ดที่มีกฎชัดเจน ไม่ได้ให้ AI คิดตัวเลขขึ้นเอง AI (Claude) ทำหน้าที่สองอย่างเท่านั้น คือประเมินผลของพาดหัวข่าวต่อราคาทอง และเรียบเรียงบทสรุปภาษาไทยจากตัวเลขที่คำนวณแล้ว บทสรุปจาก AI อาจมีข้อผิดพลาดได้ ถ้าข้อความกับตัวเลขในตารางไม่ตรงกัน ให้ยึดตัวเลขในตารางเป็นหลัก
6. ข้อจำกัดและความเสี่ยง
- การวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่ได้รับประกันผล ราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสัญญาณได้ โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าวไม่คาดคิด
- ปฏิทินเศรษฐกิจที่ใช้แสดงเฉพาะค่าคาดการณ์ ไม่มีตัวเลขจริงหลังข่าวออก
- ข้อมูลจากผู้ให้บริการภายนอกอาจล่าช้าหรือขาดหายได้ ถ้ารอบวิเคราะห์ใดล้มเหลว หน้าเว็บจะแสดงคำเตือน
- เนื้อหาทั้งหมดใช้ประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดทองคำด้วยสัญญาที่ใช้เลเวอเรจมีความเสี่ยงสูงและอาจขาดทุนเกินเงินลงทุนได้